banner
2 ปี ago
104 Views
0 0

ShineStock ☀ ค่ำวันนี้ผมขอเปิดประเด็นร้อนเรื่องราคาน้ำมันครับ

Written by
banner

ShineStock  ค่ำวันนี้ผมขอเปิดประเด็นร้อนเรื่องราคาน้ำมันครับ

หลายคนคงทราบแล้วว่าที่ราคาน้ำมันในประเทศไทย ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง เกิดจากการร่วงลงอย่างหนักของราคาน้ำมันในตลาดโลกมาตั้งแต่ปี 2014 ดังนั้นทำให้คนทั่วโลก(ไม่ใช่เฉพาะในไทย) ได้ประโยชน์จากน้ำมันราคาถูกลง

แต่ในทางกลับกันบริษัทน้ำมัน รวมถึงประเทศใหญ่ๆอย่างรัสเซีย ซาอุดิอาราเบีย หรือแม้แต่เพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซีย ก็ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน เพราะรายได้หายไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงบริษัทใหญ่ของบ้านเราอย่าง PTT และ PTTEP ที่ฉุดกำไรรวมของตลาดและดัชนี Set index ลงมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผมขอรีวิวสถานการณ์น้ำมันจากอดีตจนถึงปัจจุบันให้เข้าใจง่ายๆดังนี้ครับ

1) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวลงจาก 100$ ในปี 2014 เหลือเพียง 30$ ray ban outlet ในวันนี้(รูปที่ 1)

2) ส่วนสาเหตุก็เป็นตามหลัก Demand-Supply ครับ
– ปี 2013
Demand > Supply มีคนต้องการซื้อมากกว่ากำลังการผลิต ทำให้ราคาสินค้านั้นสูง (รูปที่ 2) ช่วงนั้น Shale oil ในสหรัฐเพิ่งจะเริ่มบูมมากขึ้น เพราะต้นทุนการขุดเจาะลดลงไปมากจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น

– ปี 2014-ปัจจุบัน
Supply > Demand ผลิตมามากเกินไปจาก Shale oil และจีนเติบโตน้อยลง ทำให้ผู้ผลิตต้องตัดราคาแย่งกันขาย จนราคาสินค้าตกต่ำ (รูปที่ 3) โดยปัจจุบันเกิดภาวะ Oversupply อยู่ประมาณ 2 ล้านบาเรล/วัน

– Demand การใช้น้ำมันของโลกสูงขึ้นประมาณ +10% เพราะราคาถูกลง แม้แต่ในประเทศไทยเองมีการใช้น้ำมันมากขึ้น (ลองเข้าอ่านสรุปตัวเลขจากกระทรวงพลังงานได้ครับ)

3) Shale oil
– เมื่อราคาน้ำมันลดลงมาต่ำกว่า 40-50$ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนของบริษัท Shale oil ทำให้บริษัทไม่มีกำไร(รูปที่ 4)

– ทำให้การสำรวจและการผลิตน้ำมัน ray ban sale Shale oil ในสหรัฐปรับตัวลดลง(รูปที่ 5) จาก 6 ล้านบาเรลเหลือเพียง 5 ล้านบาเรล/วัน (ลดลงมา 1 cheap MLB Jerseys ล้านบาเรล ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน) และมีแนวโน้มที่จะลงต่อไปหาก ราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ที่ 30-35$

– จึงมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าภาวะ Oversupply ที่มีอยู่ 2 ล้านบาเรล/วัน “อาจจะ” ลดลงไปสู่จุดสมดุลภาย 1 ปีหน้านี้ (หาก OPEC และคนอื่นๆไม่เพิ่มกำลังการผลิตออกมาอีก)

– ถามว่าทำไมน้ำมันราคานี้ Shale oil บางรายยังผลิตอยู่ได้ อาจเป็นเพราะมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้ในช่วงที่ราคายังสูงกว่า Break-even price แต่เมื่อสัญญานั้นหมดเมื่อไหร่ ตัวเลขกำลังการผลิตน่าจะสะท้อนออกมาเองครับ

4) วกเข้ามาที่ PTTEP ที่บันทึกการด้อยค่าจนขาดทุนไปหลายหมื่นล้านเมื่อปี 22015 จากเดิมที่กำไรปีละ 8-9 หมื่นล้านบาท
– ต้นทุนการผลิต Unit cost Q3/58 อยู่ที่ 40$/bll แต่ใน Q4/58 จะลดลงเพราะบันทึกด้อยค่าไปเมื่อปลาย Q3 คาดว่าคงเหลือ 38$/bll

– สังเกตค่าเสื่อมราคา DD&A พุ่งสูงขึ้นในปี 2014-2015 เพราะมีการไปลงทุนขุดเจาะเพิ่มหลายโครงการขณะที่น้ำมันยังอยู่ระดับ 100$ ซึ่ง PTTEP อาจจะต้องตัดด้อยค่าอีก แต่ก็จะทำให้ Unit cost ปรับลดลงไปตาม

– แม้ที่ราคาน้ำมัน 30$ PTTEP ยังขาดทุน แต่ยังคงมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเข้ามาเพราะ Cash cost หรือต้นทุนในการ operation จริงๆมีเพียง 17$ (ได้รับเงินสดเข้า +13$ ทุกๆ barrel)

5) หากสถานการณ์ยังคงเป็นไปตามเดิม ไม่มีอะไร Surprise จาก OPEC หรือรัสเซีย หรืออื่นๆ cheap oakleys ส่วนตัวผมเองคาดว่า Demand จะกลับมาเท่ากับ Supply ภายใน Q4/2016 หรือต้นปี 2017 แต่ราคาคงไม่เกิน 40-45$ เพราะไม่อย่างนั้น Shale oil จะสามารถกลับมาผลิตทำให้เกิด Over supply ได้อีกครั้ง

ดังนั้นหากใครสนใจลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ก็ต้องศึกษาและติดตามตัวเลขต่างๆเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาโอกาสหรือหาทางหลีกเลี่ยงการขาดทุน ในการลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานใน 2-3 ปีหน้านี้ครับ

รูปต่างๆผมลง credit ไว้แล้ว สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมกันได้เลยนะครับ

banner

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Menu Title