banner
2 ปี ago
155 Views
0 0

สรุปความรู้งาน Meeting at ตำ ณ ดาว ครั้งที่ 18/58

Written by
banner

สรุปความรู้และแนวคิดจากงาน Meeting at ตำ ณ ดาว
วันที่ 27/10/2015

เสี่ยปู่ สมพงษ์
มาแชร์ประสบการณ์และมุมมองต่างๆในตลาดหุ้นครับ

1) เข้ามาอยู่ในตลาดหุ้นกว่า 30 ปี เริ่มจากทำงานราชการที่สภาพัฒน์ เริ่มาสนใจหุ้นเมื่อได้เข้ามาดูงานที่ตลาดหลักทรัพย์(ตอนนั้นตลท.เดิมยังอยู่ตรงสยาม center) จึงเริ่มเข้ามาในตลาด ช่วงแรกเข้ามาเล่นแบบเก็งกำไร จนกระทั้งได้รับหนังสือของ Warren Buffett มาจากคุณมนตรี(ผู้บริหารของKimeng) เป็นของขวัญปีใหม่ จากคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่พอเจอเล่มนี้กลับอ่านซ้ำไป ซ้ำมาได้หลายรอบ ถ้านับดูไม่น่าจะต่ำกว่า 10 รอบ จึงทำให้เปลี่ยนแนวการลงทุนมาเป็น Value Investor ในที่สุด

2) หุ้นที่ดีน่าลงทุน
– ต้องเป็นกิจการที่ดี กำไรเติบโตสม่ำเสมอทั้งในอดีตและคาดว่าจะเติบโตได้ดีอยู่ในอนาคต
– ผู้บริหารต้องเก่ง จากประสบการณ์ส่วนใหญ่หุ้นที่ลงทุนและได้ผลตอบแทนสูงมักจะมีผู้บริหารที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ที่ดี และมีกลยุทธต่างๆในการทำธุรกิจให้เติบโตได้อยู่เสมอ

3) หุ้นที่มองว่าไม่น่าลงทุน
– ธุรกิจที่ผู้บริหารเก่ง แต่ตลาดแข่งขันกันดุเดือด เช่น น้ำชา<br per />
– ธุรกิจที่ผู้บริหารมักชอบคุยเกินจริงอยู่ตลอด เช่น จะทำนู้น จะทำนี้แต่ไม่เคยทำให้เห็น
– บริษัทที่ทำเกี่ยวกับการรับจ้างผลิต เพราะเห็นมาเยอะว่าส่วนใหญ่มักจะล้ม หากเทคโนโลยีเปลี่ยนก็เสียเปรียบทันที<br nfl jerseys china />
– ธุรกิจพัฒนาอสังหา ส่วนใหญ่จะไม่อยากเข้าไปยุ่งเพราะเวลาเศรษฐกิจมีปัญหามักโดนก่อนเพื่อน (ยกเว้นบางตัวที่น่าสนใจจริงๆจะอธิบายในข้อถัดๆไป หรือราคาลงมามากจนต่ำเกินกว่าความจริงไปเยอะ)
– ธุรกิจพลังงานทดแทนที่ใช้วัตถุดิบจากไม้ แกลบ พวกนี้ช่วงแรกๆกำไรดีเพราะคนทำไม่เยอะราคาวัตถุดิบจึงถูก แต่หากคนมาทำกันเยอะไปหมดแล้วราคาวัตถุดิบก็ต้องสูงขึ้นจะทำให้กำไรก็ลดลงตามไป

4) ระยะเวลาในการเลือกหุ้นก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนมากจะไม่ได้ตายตัวขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางครั้งเราไปฟังแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารแค่ 30 นาทีก็รู้แล้วว่าบริษัทน่าลงทุน เพราะมีไอเดียทีดีกว่าคู่แข่ง มีแนวทางการทำธุรกิจที่แข่งขันได้ และกำไรสามารถเติบโตได้อีกใน 3-4 ปีข้างหน้า

5) การซื้อหุ้น
– หากเข้าเงื่อนไขที่กล่าวไปในข้อ 2. ก็มาดูว่าราคาหุ้นตอนนี้เทียบกับการเติบโตของกำไรจะยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีได้ไหม
– หุ้นของธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้น PE มักสูง เราจะดูความถูกแพงจาก PE ไม่ได้เพราะกำไรอาจจะโตขึ้นมากต่อเนื่องกัน 3-4ปี จนในที่สุด PE ก็จะลดลง
– ระยะเวลาในการถือหุ้น ส่วนใหญ่จะมองในระยะ 3-5 ปี++ขึ้นไป ไม่ได้มองการซื้อๆ-ขายๆในระยะสั้น

6) การขายหุ้น
– หากเราธุรกิจมองผิดไปจากความเป็นจริง ต้องขายทันที แม้ว่าจะกำไรหรือ/ขาดทุนก็ตาม ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมาก็มองผิดไปหลายครั้ง
– หากเราเจอหุ้นตัวใหม่ที่มีโอกาสชัดเจนว่าจะเติบโตสูง ก็อาจจะขายหุ้นเดิมบางส่วนเพื่อไปเข้าหุ้นตัวใหม่นั้นๆ

7) การรับมือกับวิกฤต
cheap fake oakleys ช่วงปี 40 ตอนนั้นยังเล่นแบบเก็งกำไร พอเห็นท่าไม่ดีก็ล้างพอร์ตออกหมดจึงไม่เจ็บตัวมากนัก
– พอเปลี่ยนแนวทางเป็น wholesale jerseys VI ทุกวิกฤตเป็นโอกาสให้เราซื้อเพิ่มเสมอ ทั้งน้ำท่วม ปี 54 ทั้งsub-prime ปี 52 พอราคาลงมาเยอะๆเราก็ซื้อ เพราะตัวธุรกิจไม่ได้แย่ลง
– หากจะมีวิกฤตเกิดขึ้นอีก สิ่งที่จะดูคือ กระทบกับกิจการที่เราลงทุนหรือไม่ และกระทบในระยะสั้นหรือยาว

8) ตัวอย่างกรณีศึกษาของหุ้นที่ลงทุน
– บริษัทอสังหา แม้ส่วนตัวจะไม่ชอบกลุ่มธุรกิจนี้ แต่เมื่อได้ไปฟัง อ่านประวัติและฝีมือของผู้บริหารที่สร้างบริษัทจากเงินเพียงไม่กี่ล้านจนกระทั้งมียอดขายสูงขึ้นหลายร้อยเท่าในเวลาไม่กี่ปี และมีกลยุทธ์ในการทำวิจัยความต้องการของคนในพื้นที่นั้นๆก่อนที่จะสร้างอสังหา มีการใช้ทีมงาน+วัสดุเจ้าเดิมตลอดทุกโครงการและการซื้อที่ดินที่มีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง(ยอมซื้อที่ดินไม่ติดรถไฟฟ้าแต่ราคาถูกกว่า)ทำให้สามารถขายในราคาที่พอๆกับค่าเช่าหอซึ่งสามารถจูงใจลูกค้าที่มีความต้องการซื้อจริงและมีกำลังในการผ่อนมาซื้อคอนโดของบริษัท ส่งผลให้ยอดขายสูงเพิ่มขึ้นตลอดแม้เจอวิกฤตมาหลายระลอก รวมทั้งอัตรากำไรที่ดีจาก sale rate สูงและต้นทุนที่ต่ำ จึงมองว่ามีโอกาสที่จะเติบโตได้ต่อไปอีกใน cheap football jerseys 3-4 ปี ซึ่งเราดูแล้วเข้าเงื่อนไข ที่เหลือคือเชื่อมั่นและติดตามผลงานว่าทำได้จริงไหม

– บริษัทมีเดีย เราพบว่า content ของเค้าเป็นเบอร์ 1 ยังไงรายการที่เค้าทำออกมาก็ติดตลาดมีคนติดตามดูแน่นอน เราจึงลงทุนไป ตอนแรกคนส่วนมากไม่เชื่อเพราะทั้งตลาดมองว่ากลุ่ม TV digital ตายแน่ แต่พอผล rating ออกมาอันดับสูงขึ้นเรื่อยๆจนทุกคนกลับมามองใหม่และเร็วเกินไปจึงขายไปบางส่วน

– บริษัทสร้างโกดัง พบว่าบริษัทสร้างได้เร็วมาก พอเทียบกับเพื่อนเราที่ทำธุรกิจเดียวกันทั้งๆที่สร้างก่อนแต่เสร็จช้ากว่า จึงสนใจและได้คุยกับผู้บริหารก็เข้าเงื่อนไข cheap oakleys จึงลงทุนไป แม้ราคาจะลงมามากแต่คิดว่ากำไรก็ยังเติบโตไปตามแผน ข้อเสียก็มีตรงที่ต้องเพิ่มทุนบ่อยและเกิด dilute

– บริษัทผลิตและจำหน่ายน้ำฟังก์ชั่นดริงค์แห่งนึง ลงทุนไปแต่ก็มาเจอปัญหากับ distributor ที่จีนจนกระทบกับยอดขายและกำไร แต่ยังคิดว่าเป็นกิจการที่ดีอยู่หากปัญหานั้นสามารถแก้ได้ลงตัวก็ยังน่าจะเติบโตได้

9) การอ่านงบการเงิน เป็นการ proof อย่างนึงว่าสิ่งที่ผู้บริหารพูดไว้สามารถทำได้จริงไหม

10) กลยุทธ์ CANSLIM เคยศึกษาแล้วมาพบว่ามีข้อจำกัดที่บางครั้งหุ้นแนวนี้มักแพงเกินไป คาดหวังผลตอบแทนไม่ได้มากนัก จึงสนใจที่ลงทุนในบริษัทขนาดไม่ใหญ่ที่พึ่งเริ่มไม่นานเพราะมีโอกาสเติบโตมากกว่า

11) ต่างประเทศ มีไปลงทุนที่เวียดนามมา 7 ปีแล้ว แม้จะขาดทุนค่าเงินบาท/ดอง ไป -25% แต่หุ้นที่เราเลือกซื้อถูกตัวคือ Vinamilk ทำให้โดยรวมยังกำไร และโชคดีที่ไม่ได้ซื้อหุ้นธนาคารเบอร์หนึ่ง ไม่งั้นขาดทุนทั้งค่าเงินทั้งราคาหุ้นที่ตกลงมา

12) ไม่เคยดูภาวะตลาดหรือดัชนีเลย ไม่รู้ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยไหม ไม่รู้ว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะเป็นยังไง เพราะส่วนมากจะดูหุ้นเป็นตัวๆไม่ได้สนใจภาพใหญ่สักเท่าไหร่นัก

13) สุดท้ายก่อนปิดงาน อยากให้นักลงทุนนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการลงทุนของตัวเอง และทุกมุมมองที่มีต่อหุ้นรายบริษัทหรือสภาวะตลาดเป็นแค่มุมมองจากคนๆนึงเท่านั้นซึ่งอาจจะผิดพลาดได้ นักลงทุนที่สนใจควรเอาไปศึกษาข้อมูลบริษัทต่างๆอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

14) เกร็ดหลังงานเล็กๆน้อยๆ หุ้นที่เป็น commodity เช่น ยาง ปิโตร น้ำมัน เป็นต้น ต้องเข้า-ออกให้ถูกจังหวะ ซื้อแล้วห้ามถือยาว ให้เล่นเป็นรอบ เพราะถ้าออกไม่ทันราคาหุ้นจะลงแรงมากๆและไม่รู้ว่าจะกลับไปได้อีกนานแค่ไหน

ทั้งหมดเป็นมุมมองที่ได้รับจากวันนี้ครับ หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับนักลงทุนทุกท่านไม่มากก็น้อยหากผิดพลาดตงไหนแจ้งได้เลยนะครับ smile emoticon
======================================
Turk #ทีมมาร์เทพ
#ทีมพี่ทิมมี่เดอะก็อด รายงาน

Article Tags:
·
banner

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Menu Title