banner
2 ปี ago
306 Views
0 0

สรุปความรู้งาน Meeting at ตำ ณ ดาว ครั้งที่ 15/58

Written by
banner

สรุปความรู้และแนวคิดจากงาน Meeting at ตำ ณ ดาว
วันที่ 23/9/2015

พี่ปริญญ์ พานิชภักดิ์ จาก CLSA ปริญญ์ พานิชภักดิ์ – Prinn Panitchpakdi

☀1) ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ เค้าไม่ได้เกลียด(hate)ตลาดบ้านเรา เมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่อื่นๆ MSCI emerging market เทียบกับ Set เรายัง outperform อยู่

 

☀2) เรื่องจีน(บริษัทแม่ของ CLSA อยู่ที่จีน)

– จีนต้องลดค่าเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจตัวเอง และมีโอกาสที่เงินหยวนอาจอ่อนค่าลงได้อีก 3-5% อีกครั้ง(จะกระทบกับไทยอีกระลอก)

 

– พยายามพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น ดังนั้นการทำให้เงินหยวนอ่อนมากเกินไปก็ไม่เป็นผลดี

 

– มองว่าจีนไม่ได้ตั้งใจเข้ามาทำสงครวามค่าเงิน (currency war) แต่ทำเพื่อช่วยการส่งออก+เตรียมตัวเพื่อเข้าเป็นสกุลเงินสากล

 

– ให้จับตาการออกมาลงทุนภายนอกประเทศของจีน ทั้งทางตรงเช่น การรับเหมาก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆในประเทศกำลังพัฒนา เป็นต้น และทางอ้อม เช่น การซื้อกิจการหรือลงทุนซื้อหุ้นบริษัทเกี่ยวกับ อสังหา โลจิสติกส์ warehouse รวมถึงเรื่อง e-commerce ในไทยก็มีหลายบริษัทที่เป็นเป้าหมายของจีน(โดยบริษัทจีนชอบซื้อในสัดส่วนที่มากพอ ที่จะเข้ามามีอำนาจในการบริหารบางส่วน)

 

– หากใครสนใจลงทุนในหุ้น e-commerce ของจีนที่จดทะเบียนในตลาดอเมริกา เช่น alibaba taobao และอื่นๆ ให้ลองดูกองทุน ETF จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงชื่อว่า CHIMERICA ซึ่งจะเป็นกองทุนที่เข้าไปถือหุ้นเหล่านั้น โดยมองว่ายังมีโอกาสโตได้อีกมากจากการที่เข้าไปวางระบบ e-commerce ในประเทศที่กำลังพัฒนา

 

– ระหว่างตลาดเงินกับตลาดหุ้น รัฐบาลจีนเลือกที่จะรักษาตลาดเงินไว้

 

– วิธีดูสัญญาณว่าตลาดหุ้นจีนจะกลับมาได้อีกครั้ง ให้ดูนโยบายปราบคอรั่ปชั่นภายในประเทศของนายกจีน หากส่งสัญญาณออกมาว่าจัดการจบแล้ว ก็ถึงเวลาเข็น IPO เข้าตลาดหุ้นรอบใหม่ โดยส่วนนึงมาจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่างๆเพื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จีน

 

– เรื่องการปลด lock ให้คนจีนสามารถซื้อ-ขายหุ้นในตลาดต่างประเทศเริ่มจาก ฮ่องกงทำไปแล้ว ลำดับต่อมาคือ ไต้หวัน และจากนั้นจะเป็นประเทศใน ASEAN (คาดว่าสิงคโปร+ไทย+มาเลย์ จะได้เริ่มเป็นประเทศแรกๆของกลุ่ม)

 

☀3) เรื่องยุโรป-USA-ญี่ปุ่น

– มองว่า FED น่าจะขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า แม้ว่าหากขึ้นดอกเบี้ยเลยก็ทำได้แต่อาจทำให้เศรษฐกิจของตัวเองชะลอตัว (+มีคนสำคัญโทรเข้ามาเพื่อขอให้เลื่อนการขึ้นดอกเบี้ย จะเห็นได้ว่าแม้แต่ FED เองก็ยังมีการแทรกแซง)

 

– ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐ แม้ลงมาสักพักนึงแล้วก็ยังแพงอยู่ หากดูตามกราฟควรลงมาทดสอบ low เดิมในระยะสั้นก่อน

 

– มองว่า QE จากญี่ปุ่น+ยุโรป มีโอกาสอัดเพิ่มได้อีก แต่ให้ระวังว่า respond ของตลาดหุ้นเริ่มไม่เป็นเหมือนเดิม

 

– สมัยก่อนเมื่อมี qe แล้วตลาดจะมัก rally แต่ปัจจุบันแม้ fed เลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยแต่ตลาดกลับลงต่อ ดังนั้นหากญี่ปุ่น-ยุโรปออก QE ใหม่และยังลงต่อ แบบนี้เริ่มน่ากลัว

 

☀4) เรื่องไทย

– โครงการลงทุนต่างๆน่าจะออกมาได้มากขึ้น เพราะทีมเศรษฐกิจ คลัง Fake Oakleys คมนาคม ชุดใหม่เป็นทีมเดียวกันทำงานและเดินหน้าไปพร้อมๆกัน และจากการคว่ำร่างรธณ.ทำให้ road map ยืดออกไปอีก 2 ปี ทำให้ข้าราชการเริ่มกล้าอนุมัติโครงการต่างๆมากขึ้น

 

– จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี นโยบายเศรษฐกิจต่างๆ จะถูกประกาศออกมาทุกสัปดาห์ เพราะมีการเตรียมแผนไว้ก่อนแล้ว

 

– ในระยะสั้นกลุ่มรับเหมาจะได้ประโยชน์แน่ๆจากโครงการดังกล่าว และหุ้นกลุ่มที่เป็นเป้าหมายการลงทุนนอกประเทศของจีน(อสังหา-โลจิสติก-แวร์เฮาส์-ecommerce)ก็น่าสนใจในระยะยาว

 

– ด้านตลาดหุ้นของไทย ในสายตานักลงทุนต่างชาติถือว่าน่าสนใจ เพราะมาเลย์ก็เจอค่าเงินริงกิตอ่อน อินโดหุ้นที่น่าสนใจก็แพงไปหมดแล้ว เวียดนามยังลงทุนยากเพราะติด foreign limit(แต่ในระยะยาวยังไงก็น่าสนใจลงทุน)

 

– เงินบาทมองว่าตอนนี้ throwback jerseys 36.xx บาท อ่อนมากเกินไปแล้ว

 

☀5) หุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มต่างๆ

5.1 รับเหมาก่อสร้าง

– UNIQ เป็นรับเหมาก่อสร้าง Infa. ต่างๆ ซึ่ง CLSA แนะนำมานานแล้บและยังคงชอบอยู่ ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆที่จะออกมาในปีหน้า และโอกาสในการที่จะโตได้ก็มีมากกว่าเพื่อนๆที่เป็นบริษัทใหญ่(CK STEC ITD)อยู่แล้ว รวมทั้งสามารถรับงานได้ไม่ว่าผ่ายไหนจะมาเป็นรัฐบาล

– SYNTEC เน้นก่อสร้างคอนโดและห้าง เลือกรับงานที่มี margin สูงได้ และสามารถก่อสร้างได้เร็วและมีคุณภาพ

 

5.2 สื่อสาร

– TRUE เพราะการปรับโครงสร้างภายในการออกกอง+การลดต้นทุนโดยล้มโปรเจคที่ไม่สร้างกำไร+มีโอกาสที่จะโตมากกว่า (ส่วนADVANC-INTUCH ให้ระวังเรื่อง 4G น่าจะประมูลมาได้แต่ในราคาที่สูง ส่วน DTAC กลุ่ม Telenor ไม่ได้มองไทยแล้วเพราะตลาดเริ่มอิ่มตัว แต่ไปมองประเทศรอบๆบ้านเรามากขึ้น เช่น พม่าที่อัตราการใช้มือถือต่ำเหมื่อนเมื่อ 10 ปีก่อน)

 

5.3 อสังหา

– QH wholesale nfl jerseys ราคาลงมาเยอะ กลุ่มลูกค้าของ QH ไม่ได้โดนกระทบจากหนี้ครัวเรือนมากนัก ray ban sunglasses และตัวบริษัทเองยังถือบริษัทลูกไว้ เช่น hmpro lhbank ซึ่งได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลมาตลอด (**เสริม…VI ท่านนึงเข้าไปถือด้วยเหตุผลคล้ายๆกัน)

– GLAND บริษัทจะได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินตรงแยกพระราม9-รัชดา ซึ่งมีมูลค่าสูง หากได้รับการพัฒนาตามแผน(สำนักงาน-ออฟฟิส-ตึกสูง 126 ชั้น)ก็คาดว่า income ของบริษัทจะก้าวกระโดด โดยกลุ่มลูกค้าหลักที่ผู้บริหารมองคือจีน ซึ่งเค้าสนใจเข้ามาในไทยอยู่แล้ว

 

5.4 พลังงาน

– แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงกลุ่ม Upstream เช่น pttep เพราะราคาน้ำมันคงอยู่ในระดับ 40-60$ ไปอีกนาน

– IRPC ได้รับประโยชนโดยตรงจากราคาน้ำมันตกต่ำ ทั้งการขายปิโตรเคมีที่กำไรดีขึ้น และต้นทุนการผลิตที่ลดลง

– PTTGC ราคาน้ำมันที่ต่ำทำให้มีสินค้าหลายตัวที่มี spread ที่สูง

*ระวังเพราะธุรกิจเป็น cycle ราคาปิโตรเคมีขึ้นกับ demand-supply

 

5.5 หุ้นตัวใหญ่ตัวที่กองทุนต่างชาติจับตา

– CPF เป็นหุ้นใหญ่ที่ราคาลงมามาก หากเทียบกับหุ้นดีตัวอื่นๆที่ราคาไม่ลงมาเท่าไหร่ เช่น CPALL SCC

– WHA สร้าง/ให้เช่า warehouse รวมถึงบริหารจัดการwarehouse เพื่อ Logistic จะมีการออกกอง REIT เพื่อชำระหนี้การซื้อ Hemraj รวมถึงการ spinoff บริษัทโรงไฟฟ้า-Utility ในปีหน้า นอกจากนั้นตลาดที่ wha จะไปต่อคือ AEC <<นักลงทุนจีนและกองทุนสนใจ

– NYT ท่าเรือ โลจิสติกส์ แม้ว่าราคาจะยังแพงแต่นักลงทุนจีนก็สนใจ

– กลุ่ม ThaiBev(ในตลาดสิงคโปร) BJC BRANDS SSC ที่จะมีการออก product ใหม่ รวมถึงการปรับสูตรเบียร์ช้างใหม่เพื่อแย่ง market share กลับคืนมา

 

5.6 ในช่วงตลาด down หากไม่รู้จะถืออะไรก็ให้เก็บ Wholesale Jerseys cash ไว้หรือซื้อ Infa. Fund เช่น BTSGIF หรือ TRUEIF เพื่อรอโอกาสต่อไป

 

วันนี้ได้มุมมองและความรู้เพียบเช่นเดิมครับ

อาจจะมีตกหล่นไปหลายประเด็น หากผิดพลาดตรงไหนแจ้งได้เลยนะครับ colonthree emoticon

=============================

Turk #ทีมมาร์เทพ

#ทีมพี่ทิมมี่เดอะก็อดรายงาน

banner

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Menu Title