banner
1 ปี ago
218 Views
1 0

ShineStock ☀ การบริหาร และ กำหนดกลยุทธ์การลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการประยุกต์ใช้ Money management by ShineStock

Written by
banner

ShineStock  การบริหาร และ กำหนดกลยุทธ์การลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการประยุกต์ใช้ Money management by ShineStock

จากที่ผมเคยได้ลง บทความมาก่อนหน้านี้ เรามาจะมาประยุกต์ใช้รวมกัน ขอเน้นย้ำว่าเป็นแค่การบริหารเงินลงทุน เท่านั้นนะครับ
ไม่ได้สอนเทคนิค หรือ พื้นฐานใดๆ ทั้งสิ้น

กระบวนการที่เราต้องคิดเสมอในการบริหารเงินลงทุนคือ

1)จะเลือกลงทุนในหุ้นตัวไหน
2)จะลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่าไหร่
3)มีกลยุทธ์ในซื้อ ขาย และ คัตลอส อย่างไร

ดังนั้นก่อนเข้าซื้อหุ้นตัวหนึ่ง คุณต้องตัดสินใจไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว เหมือนที่ว่า “การกำจัดความเสี่ยง คือการยอมรับความเสี่ยงไปตั้งแต่ต้น”

ซึ่งคำถาม ข้อที่ 1,2 และ 3 ของคนแต่ละคนแตกต่างกันออกไป
ขึ้นกับลักษณะการลงทุน ซึ่งที่ท่านทราบๆกันอยู่แล้วว่า การเลือกหุ้นในทุกวันนี้มีทั้งหมดประมาณ 3 แบบ

1.Fundamental เลือกโดยพื้นฐาน เป็นการมองหาบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโต โดยวัดด้วยพื้นฐานทางด้านบัญชี หรือ การเลือกบริษัทที่มีเงินปันผลที่ดี ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะใช้เวลาในการถือครองหุ้น ประมาณหลักเดือนถึงปี ขึ้นอยู่กับว่า บริษัทนั้น อยู่ในตลาดที่มีขนาดใหญ่เพียงใด และ เอื้ออำนวยให้เติบโตเพียงใด เช่น ถ้าคุณซื้อบริษัทขายเฟอร์นิเจอร์ คุณจะให้มันโตจนมีขนาดใหญ่เท่าบริษัทพลังงาน มันเป็นไปไม่ได้ มุมมองของคนกลุ่มนี้ มองเหมือนคนทำธุรกิจ ซึ่งจะมี criteria เช่น %growth roe p/e p/bv %dividend ค่า ratio ต่างๆ เป็นต้น ในการคัดเลือก รวมถึงการอ่านงบการเงินประกอบการด้วย

จะซื้อเมื่อ : เมื่อพื้นฐาน แนวโน้มที่จะเติบโตได้ โดยสาเหตุเฉพาะตัวของธุรกิจ หรือ ลักษณะของตลาดในขณะนั้น (เพื่อที่จะทำให้ราคาหุ้นเติบโตตามการเติบโตของบริษัท)
จะขายเมื่อ Cheap Football Jerseys : มีแนวโน้มเติบโต ที่น้อย

2. Technical เลือกด้วยกราฟ Cheap Jerseys สาเหตุมีมากมายหลายประการ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ผมเห็นก็แบ่งออกได้หลายประเภทตามความถี่ในการซื้อขาย และ ลักษณะการซื้อขายที่ต่างกันออกไป เช่น Scalving, Day trade, Swing trade, Rebounding, Trend following, Comparison relative strength, Volume reading เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแบบใดดีที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเข้ากันของกลยุทธ์ กับ ตัวผู้เทรดมากกว่า และ ยังต้องใช้ประสบการณ์มากในการทำให้ชำนาญ

จะซื้อเมื่อ „ZOSIA” : มีสัญญาณซื้อ
จะขายเมื่อ : มีสัญญาณขาย

3. เก็งกำไร หรือ Speculation เลือกด้วยข่าวสารข้อมูล ที่ผมนำมาแยกเป็น อีกกลุ่มหนึ่ง เพราะ มันคือการเก็งในเรื่องๆหนึ่ง โดยเก็งว่ามันจริง หรือ ไม่จริง กลุ่มนี้มีหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่จะเล่นโดย การรับข่าวสารข้อมูล ซึ่งจะวัดกันด้วยความเร็ว และ คุณภาพของข่าวสารที่รับ ดังนั้นถ้ากลุ่มนี้สามารถประยุกต์กลุ่ม 2 กลุ่มข้างต้นมาใช้จะทำให้สามารถคัดกรองหุ้นได้ดีขึ้นครับ

จะซื้อเมื่อ : ได้รับข่าว
จะขายเมื่อ Cheap Oakleys : ข่าวไม่เป็นความจริง หรือ ราคาหุ้นสะท้อนข่าวนั้นแล้ว

กลุ่ม 3 กลุ่มที่กล่าวขึ้นมาข้างต้น สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ แต่ที่ผมขอเน้นย้ำคือ ถ้าเราตัดสินใจเลือกโดย พื้นฐาน เราก็ควรจะออกเมื่อพื้นฐานเปลี่ยน ไม่ใช่รอออกด้วยข่าวสารข้อมูล เมื่อเลือกด้วยอะไร ต้องออกด้วยสิ่งนั้นครับ

ในวันนี้เราจะมาประยุกต์กลยุทธ์ต่างๆที่ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ดีที่สุด จากการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์(ซึ่งอาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนบ้างในขั้นตอนของการเก็บข้อมูล) และ บางอันถูก improve มาให้เป็นบทเรียนในวิชาเศรษฐศาสตร์อีกด้วย

1) กลยุทธ์การซื้อหุ้นโดยใช้ Win/Loss Ratio Strategy “ShineStock Buy and Go”
http://www.shinestock168.com/…/shinestock--การจำกัดความเส…/
2) Kelly’s Criterion ลงเงินอย่างไร ให้ผลตอบแทนเกิดขึ้นในระยะยาว
http://www.shinestock168.com/…/shinestock-ศาสตร์แห่งการบร…/
3) Risk of ruin การจำกัดความเสี่ยง คือ การยอมรับความเสี่ยงไปตั้งแต่ต้น
http://www.shinestock168.com/…/shinestock-หนทางที่จะไม่เส…/
4) ShineStock หุ้นลงแรงๆแบบนี้ ผิดปกติหรือไม่? เรามาหาจุดออกที่เหมาะสมที่สุดด้วย Expected return
<a href="http://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.shinestock168.com%2F%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%2Fshinestock%E2%98%80-%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%2F&h=lAQGy__cJAQFjfoR9ciz5ynzAwgfpJCw_HQ8WcwvHy6w8VA&enc=AZPlwI4xtmI1TDGqIin7QqyTwA29rl4zgVVQlCAHctix8FbWn-2KU0eDKMUz_uym_fPGB_kjVaEJUwFIwLQRNQfzeUjOgm2rCo-Tw8eKeMeAsjW38R__i1Ejac3dOMX6p3l2Uoz6ivfsrJZS_ef5vJTmksnOyXsa775Dhej_d5sNQYCAV9FcWu_PgVorQRq0hfArpoUpTF5pJPn4IKeKmqze&s=1" target="_blank" oakley sunglasses outlet rel=”nofollow”>http://www.shinestock168.com/…/shinestock-หุ้นลงแรงๆแบบนี…/

ผมขอยกตัวอย่างการประยุกต์กลยุทธ์ข้างต้น มาคำนวณโดยใช้หุ้น GL ตามภาพด้านล่างครับ

(ผมไม่มีเจตนาประสงค์เชียร์หุ้น และ ก็ไม่ได้มีหุ้นตัวนี้ด้วย ขอยกเป็นแค่ตัวอย่างเพราะหุ้นตัวนี้แกว่งแรงมาก จึงมีค่า Beta และ ข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้สามารถระบุจุดกำหนดกลยุทธ์ได้ยาก ดังนั้นถ้าท่านนำไปใช้กับหุ้นที่มีค่า Beta ต่ำๆก็จะได้สามารถทำได้)

โดยพิจารณาดังนี้
1)ลักษณะการลงทุน = Technical
2)โอกาสชนะในการเทรดของเรา(ย้อนหลัง 10 ปี) = สมมติ 40%
3)ราคาที่เข้า = 25.00 บาท
4)เป้าหมาย = 28.00 บาท (โดยใช้ parallel channel)
5)จุดคัตลอส = 23.20 บาท (โดยเทียบจากราคาสูงสุดเก่า)
6)Win/Loss ratio = (โอกาสชนะ*กำไรที่ราคาเป้าหมาย) : ((1-โอกาสชนะ)*ขาดทุนที่จุดคัตลอส) = 1.2 : 1.08
7)จำนวนเงินที่ควรลงทุน ตาม Kelly’s Criterion = 4% (เงินลงทุนที่ควรลงน้อย เนื่องจากความคุ้มค่าในการลงทุนต่ำ)
8)Risk of ruin = 102.89% (มีโอกาส 102.89% ในการเสี่ยงที่จะเสียเงินลงทุน ณ ที่จุดคัตลอส ในกรณีนี้ คือ ทำใจไว้ก่อนเลยครับ)
9)Beta display(เฉลี่ย) = 1.5 ,6 days = 5.89 , 30 days = 1.15
10)Expected return = -3.88%(display) , 29.8%(6 days) , -1.8%(30 days) ดังนั้นเราจะใช้ expected return จากค่า Beta display ครับ เนื่องจากเหมาะสมที่สุด

เราสามารถสรุปกลยุทธ์คร่าวๆได้ว่า เราจะซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยเงิน 4% ของพอร์ต โดยมีโอกาสชนะ:แพ้ 1.2 : 1.08 เกือบ 1 : 1 จึงส่งผลให้มีโอกาสมากกว่า 100% ที่จะเสียเงินทุนที่ยอมรับ ซึ่งในมุมมองของธรรมชาติตลาดปัจจุบันเราไม่ควรขาดทุนเกิน -3.88% หรือ ประมาณ 6-7 ช่อง
เราจะพบว่า ในการเล่นหุ้นตัวนี้ เราไม่มีความได้เปรียบในการชนะเลยครับ เพราะว่า จุดคัตลอสเราก็มากเกินธรรมชาติตลาดจาก expected returnแล้ว อีกทั้ง โอกาสที่จะทำให้การลงทุนครั้งนี้ไม่เกิดผลก็มากกว่า 100% อีก(ก็ไม่ได้หมายความว่า จะขาดทุนแน่นอนนะครับ แต่บอกว่า โอกาสแพ้สูง)

สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ
1)แก้ไขจุดซื้อของเรา เช่น กำหนดจุดราคาที่จะซื้อสวนเพื่อปรับปรุงต้นทุน เมื่อมันลง หรือ ขาย แล้วหาจุดซื้อใหม่ โดยทำการ Short against Port (ขายก่อน แล้วซื้อใหม่ในราคาที่ถูกกว่าเดิม โดยกำหนดว่าจะ Cover short Cheap Jordan Shoes ตาม % ที่เหมาะสม)
2)ลด %การลงทุนลง
3)หาหุ้นตัวอื่นเล่น

สิ่งที่จะไม่ทำ คือ
1)ปรับจุดคัตลอสขึ้น เพราะ ยิ่งคุณปรับขึ้น โอกาสที่หุ้นจะลงไปชนโอกาสสูง
2)ตั้งราคาเป้าหมายให้สูงขึ้น เพราะ ยิ่งราคาเป้าหมายที่สูงขึ้น โอกาสที่การลงทุนครั้งนี้จะสำเร็จก็ต่ำลง

ดังนั้น ทั้งหมด 10 ข้อเราต้องพิจารณาคร่าวๆ คือ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเข้าเลือกลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง หวังว่าการประยุกต์แบบนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาการซื้อ และ ขายของท่านได้อย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น หลายๆท่านอาจจะเพิ่มเติม ข้ออื่นเข้ามาเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้

ทุกวันนี้ผมก็ยังคงเชื่อว่า “การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนที่เข้ากับตัวเราเอง ซึ่งมีค่ามากกว่า การลงทุนที่ได้กำไรมากที่สุด” ขอบคุณครับ

ShineStock

banner

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Menu Title